แผนลดน้ำหนัก 10 กก. แบบละเอียด ไม่พังสุขภาพ

การลดน้ำหนัก 10 กก. ไม่ใช่โปรเจกต์ "ลดให้ทันซัมเมอร์ใน 1 เดือน" แต่คือแผนระยะ 2.5-5 เดือนถ้าทำอย่างถูกวิธี บทความนี้จะพาคุณคำนวณแคลอรี่ที่ต้องขาดดุล เลือกโปรแกรมออกกำลังกายที่ได้ผลจริง และเข้าใจว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงติดพลาโตตอนลดได้ 5-6 กก.

เทรนเนอร์ส่วนตัวของคุณใน Telegram
จัดโปรแกรมให้เหมาะกับคุณและโค้ชการฝึกให้เลย ครั้งแรกฟรี!
เริ่มเลย →

ลดน้ำหนัก 10 กก. ใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะจริง

อัตราลดน้ำหนักที่ปลอดภัยคือ 0.5-1 กก. ต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตั้งต้น ถ้าคุณหนักเกิน 90 กก. ช่วงแรกอาจลดได้ 1-1.2 กก. ต่อสัปดาห์ (ส่วนใหญ่คือน้ำในร่างกาย) แล้วจะค่อยๆ ช้าลงเหลือ 0.5 กก. ดังนั้น 10 กก. ในเวลา 12-20 สัปดาห์คือเป้าหมายที่สมเหตุสมผล ใครที่บอกว่าลดได้ใน 1 เดือน ส่วนใหญ่กำลังขายคุณ "น้ำกับกล้ามเนื้อ" ไม่ใช่ไขมัน แถมยังเสี่ยงโยโย่กลับมาหนักกว่าเดิม

คำนวณแคลอรี่ขาดดุลแบบไม่ต้องเป๊ะจนเครียด

คำนวณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการต่อวันคร่าวๆ (น้ำหนักตัว กก. × 30 สำหรับคนที่กิจกรรมระดับปานกลาง) แล้วลด 15-20% นั่นคือแคลอรี่ขาดดุลที่ทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืน ห้ามตัดเกิน 500-700 แคลอรี่จากค่าปกติ เพราะจะทำให้พลังงานหมด ประจำเดือนขาดในผู้หญิง และเสียกล้ามเนื้อเร็วกว่าไขมัน ทุก 3-4 สัปดาห์ที่น้ำหนักลดไป 3-4 กก. ต้องคำนวณแคลอรี่ใหม่ เพราะร่างกายที่เบาลงต้องการพลังงานน้อยลงกว่าตอนเริ่ม

โปรตีน ไฟเบอร์ น้ำ สามอย่างที่ขาดไม่ได้ตอนลดน้ำหนัก

กินโปรตีน 1.6-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ต่อวัน จากเนื้อ ปลา ไข่ นมเปรี้ยว ถั่วต่างๆ ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและอิ่มนานขึ้น ไฟเบอร์จากผัก ธัญพืช ผลไม้ อย่างน้อย 25-30 กรัมต่อวัน ไม่งั้นความหิวจะทำให้แผนพังทุก 2 วัน ส่วนน้ำ ดื่ม 30-35 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. เพราะสมองมักสับสนระหว่างความหิวกับความกระหายน้ำ

เวทเทรนนิ่งหรือคาร์ดิโอ อะไรได้ผลกว่าสำหรับลด 10 กก.

เวทเทรนนิ่ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วยรักษากล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้อนี่แหละที่เผาผลาญแคลอรี่แม้ตอนพัก คาร์ดิโอ (เดิน 8,000-10,000 ก้าว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ) ช่วยเพิ่มแคลอรี่ที่เผาผลาญโดยไม่กระแทกข้อต่อ สัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับเป้าหมาย -10 กก. คือ เวท 3 ครั้ง + คาร์ดิโอ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ คาร์ดิโออย่างเดียวโดยไม่มีเวทจะให้ผลแบบ "ผอมแต่ไม่กระชับ" น้ำหนักลดแต่รูปร่างยังหลวมๆ

ข้อผิดพลาดยอดฮิตที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ

ที่พบบ่อยที่สุดคือกระโดดเข้าสู่แคลอรี่ขาดดุลเกิน 1000 ทันที ออกกำลังกายทุกวันจนหมดแรง แล้วเลิกไปเองภายใน 3 สัปดาห์ ข้อผิดพลาดที่สองคือชั่งน้ำหนักทุกวันแล้วตกใจกับตัวเลขที่แกว่ง 300-500 กรัม (แค่น้ำ เกลือ หรือรอบเดือน) ควรชั่งสัปดาห์ละครั้งตอนเช้าท้องว่าง ข้อผิดพลาดที่สามคืองดของโปรดแบบเด็ดขาด วิธีนี้ได้ผลแค่ 1-2 สัปดาห์แล้วมักจบด้วยการกินเค้กทั้งก้อนรวดเดียว

พลาโต ทำยังไงเมื่อน้ำหนักไม่ลดมา 2-3 สัปดาห์

พลาโตเป็นเรื่องปกติของเส้นทางลดน้ำหนัก ไม่ใช่ความล้มเหลว ก่อนอื่นเช็กว่าปริมาณอาหารที่กิน "ค่อยๆ เพิ่มขึ้น" โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า สาเหตุอันดับหนึ่งคือเรื่องนี้ ถ้าเมนูยังชัดเจนอยู่ ลองเพิ่มกิจกรรม (เดินเพิ่ม 2,000 ก้าว) สักสัปดาห์แทนการลดอาหารเพิ่ม บางครั้งการมี "รีฟีดเดย์" กินแคลอรี่ปกติแบบไม่ขาดดุลสักวัน ก็ช่วยรีเซ็ตฮอร์โมนและแรงจูงใจได้

ตัวอย่างโปรแกรมสำหรับหนึ่งสัปดาห์

เหมาะสำหรับคนที่ตั้งเป้า -10 กก. ไม่มีข้อจำกัดสุขภาพร้ายแรง ระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง

วันที่ 1 — ขาและสะโพก + คาร์ดิโอ
  • สควอทน้ำหนักตัวหรือถือดัมเบล 4×12
  • ลันจ์อยู่กับที่ 3×10 ต่อข้าง
  • โรมาเนียนเดดลิฟต์ด้วยดัมเบล 3×10
  • เขย่งปลายเท้า 3×15
  • เดินหรือปั่นจักรยาน 20-25 นาที
วันที่ 2 — ช่วงบน (หลัง อก แขน)
  • โรวดัมเบลก้มตัว 4×10
  • วิดพื้นพื้นหรือบนม้านั่ง 3×10-12
  • เบนช์เพรสดัมเบลนอนหรือนั่ง 3×10
  • เคิร์ลดัมเบล 3×12
  • แพลงก์ 3×30-40 วินาที
วันที่ 3 — ทั้งตัว + คาร์ดิโอสลับความหนัก
  • สควอทพร้อมดันดัมเบลเหนือศีรษะ 3×10
  • โรวดัมเบลข้างเดียว 3×10 ต่อข้าง
  • เบอร์พีแบบง่าย 3×8
  • ครันช์หน้าท้อง 3×15
  • อินเตอร์วัล: เร็ว 1 นาที / ช้า 2 นาที × 8 รอบ

อยากได้โปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะตามเป้าหมาย ระดับ และอุปกรณ์ของคุณเองไหม? เขียนถึงบอท — สร้างเสร็จในไม่กี่วินาที

คำถามที่พบบ่อย

ลดน้ำหนัก 10 กก. ใน 1 เดือนได้อย่างปลอดภัยไหม
ไม่ได้ อัตราที่ปลอดภัยคือ 0.5-1 กก. ต่อสัปดาห์ ดังนั้น 1 เดือนจะลดได้จริงประมาณ 2-4 กก. ถ้าลดเร็วกว่านี้ส่วนใหญ่คือน้ำและกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมัน และน้ำหนักจะกลับมาเร็วพอๆ กัน
ต้องนับแคลอรี่ตลอดเวลาไหม
ช่วงแรกควรนับ อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์เพื่อให้เข้าใจปริมาณอาหารที่กินจริง หลังจากนั้นสามารถเปลี่ยนมาคุมด้วยสัญชาตญาณ ผ่านโปรตีน ผัก และขนาดจานอาหาร โดยชั่งอาหารเป็นบางครั้ง
ทำไมน้ำหนักไม่ลดทั้งที่ทำทุกอย่างถูกต้อง
ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำสะสมในร่างกาย (เกลือ ความเครียด รอบเดือน หรือเพิ่งเริ่มเวทเทรนนิ่ง) หรือปริมาณอาหารที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ให้เวลาร่างกาย 2-3 สัปดาห์ แล้วกลับไปเช็กบันทึกการกินอย่างตรงไปตรงมา
ลดน้ำหนักโดยไม่ออกกำลังกาย กินคุมอย่างเดียวได้ไหม
ได้ น้ำหนักจะลดลง แต่จะเสียกล้ามเนื้อไปพร้อมไขมันด้วย และผิวหลังลด 10 กก. มักจะหย่อนคล้อยมากกว่า แค่เวทเทรนนิ่ง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ช่วยให้ผลลัพธ์ดูดีขึ้นชัดเจน

อยากได้แผนออกกำลังกายและเมนูอาหารที่ออกแบบมาสำหรับน้ำหนักและเป้าหมาย -10 กก. ของคุณโดยเฉพาะ ทักมาที่ Telegram bot ของเรา ให้ระบบช่วยวางโปรแกรม แนะนำท่าออกกำลังกาย และคอยติดตามผลไปพร้อมกับคุณทีละก้าว

อ่านเพิ่มเติม