ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2 วัน: โปรแกรมที่ใช้ได้จริงสำหรับคนเวลาน้อย
การเข้ายิมแค่สัปดาห์ละ 2 วัน ไม่ใช่ว่า 'น้อยเกินไป' ถ้าคุณวางโปรแกรมให้ถูกวิธี ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่คือพยายามยัดทุกกล้ามเนื้อเข้าไปใน 2 วันแบบครึ่งๆ กลางๆ แทนที่จะโฟกัสที่ท่าเวทพื้นฐาน (compound movement) ที่ทำงานทั้งตัวอย่างเต็มประสิทธิภาพ
เข้ายิมแค่สัปดาห์ละ 2 วัน กล้ามจะขึ้นจริงไหม
คำตอบคือได้จริง และมีคนหลายพันคนระดับเริ่มต้นถึงกลางพิสูจน์มาแล้ว กล้ามเนื้อไม่ได้โตเพราะจำนวนครั้งที่เข้ายิม แต่โตจาก 'ปริมาณความหนักรวมต่อสัปดาห์' บวกกับการพักฟื้นที่เพียงพอ การเทรนหนักแบบเน้นท่าเบสิก 2 ครั้ง ครั้งละ 50-60 นาที ให้ผลลัพธ์ดีกว่าการแวะเข้ายิมแบบลวกๆ 5 วัน วันละ 20 นาทีเสียอีก ความต่างจะอยู่ที่ความเร็วของผลลัพธ์ สิ่งที่คนเทรน 4 วันต่อสัปดาห์ใช้เวลา 3 เดือนถึงจะเห็นผล คนเทรน 2 วันอาจต้องใช้ 4-5 เดือน นี่คือเรื่องปกติและตรงไปตรงมา แค่ตั้งความคาดหวังให้ตรงกับความเร็วนี้ จะได้ไม่ท้อไปก่อน
ทำไมต้องเล่น Full Body ไม่ใช่แบบแยกส่วน (Split)
ถ้าเทรนแค่ 2 วันต่อสัปดาห์ การแยกส่วน (เช่น วันขา วันอก-หลัง) ถือเป็นไอเดียที่ไม่ดี เพราะแต่ละกล้ามเนื้อจะได้รับการกระตุ้นแค่ 1 ครั้งต่อ 7 วัน ซึ่งน้อยเกินไปสำหรับการเติบโต วิธีที่ถูกต้องคือเล่นแบบ Full Body คือแต่ละครั้งที่เทรนจะทำงานทั้งช่วงบนและล่างของร่างกาย เพียงแค่เปลี่ยนจุดเน้นในแต่ละวัน ตัวอย่างเช่น วันที่ 1 เน้น squat และ lat pulldown ส่วนวันที่ 2 เน้น deadlift (หรือท่าใกล้เคียง) และท่า press แบบนี้แต่ละกลุ่มกล้ามเนื้อใหญ่จะได้ทำงาน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งเพียงพอต่อการกระตุ้นให้แข็งแรงและมีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
จำนวนเซ็ตและจำนวนครั้งที่พอดีสำหรับ 50-60 นาที
ที่เหมาะสมคือ 5-6 ท่าต่อครั้ง ทำ 3-4 เซ็ต จำนวนครั้งอยู่ที่ 8-12 สำหรับท่าส่วนใหญ่ และ 4-6 ครั้งสำหรับท่าเบสิกหนักๆ อย่าง squat หรือ deadlift พักระหว่างเซ็ต 90-120 วินาทีสำหรับท่าเบสิก และ 60-90 วินาทีสำหรับท่าเดี่ยว (isolation) ถ้าพยายามยัด 10 ท่าเพราะกลัวว่าจะไม่ครบ คุณภาพจะตกลง และเวลาจะยืดไปถึง 90 นาที ซึ่งนี่แหละคือจุดที่คนมักเลิกเล่นแบบสัปดาห์ละ 2 วัน เพราะรู้สึกว่า 'ไม่มีเวลา' เลือกทำน้อยท่าแต่ทุ่มเต็มที่ในแต่ละท่าจะดีกว่ามาก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนเทรนสัปดาห์ละ 2 วัน
ข้อผิดพลาดแรกคือข้ามการวอร์มอัพเพื่อ 'ประหยัดเวลา' เมื่อเทรนไม่บ่อย ข้อต่อและเอ็นจะพร้อมรับน้ำหนักน้อยกว่าคนที่เทรนทุกวัน ถ้าไม่วอร์มอัพ 7-10 นาทีก่อน ความเสี่ยงบาดเจ็บจะสูงกว่าปกติ ข้อที่สองคือไม่เพิ่มน้ำหนัก (progressive overload) ถ้า squat ด้วยน้ำหนัก 40 กก. 10 ครั้งเท่าเดิมติดต่อกัน 2 เดือน กล้ามจะไม่โตเพิ่ม ควรเพิ่มน้ำหนักทีละ 1.25-2.5 กก. ทุก 1-2 สัปดาห์ เมื่อทำครบทุกเซ็ตในจำนวนครั้งที่กำหนดได้แล้ว ข้อที่สามคือไม่มีกิจกรรมใดๆ เลยในวันที่ไม่เทรน การเทรนหนัก 2 วันแล้วนิ่งสนิทอีก 5 วันที่เหลือ จะไปเบรกทั้งการฟื้นตัวและผลลัพธ์โดยรวม
อีก 5 วันที่เหลือควรทำอะไร
วันที่ไม่ได้เทรนเวทไม่ใช่วันพักแบบนิ่งสนิท การเดิน 20-30 นาที ยืดเหยียดเบาๆ 10 นาที หรือคาร์ดิโอสั้นๆ (จักรยานปั่น หรือกระโดดเชือก) จะช่วยเร่งการฟื้นตัวและเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อ โดยไม่เพิ่มภาระให้ระบบประสาทส่วนกลาง อีกเรื่องที่ต้องดูแลคือโปรตีน ควรได้รับ 1.6-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันเทรนหรือไม่ก็ตาม เมื่อเทรนแค่สัปดาห์ละ 2 วัน เรื่องอาหารการกินจะมีผลต่อผลลัพธ์มากขึ้นตามสัดส่วน เพราะมีเวลาน้อยลงในการ 'แก้ไข' ความผิดพลาด
ตัวอย่างโปรแกรมสำหรับหนึ่งสัปดาห์
เหมาะสำหรับมือใหม่ คนที่มีตารางชีวิตแน่น รวมถึงคนที่ฟื้นตัวช้ากว่าปกติ (อายุ 40 ปีขึ้นไป เครียดจากงานสูง หรือนอนไม่พอ) ควรเว้นระยะห่างระหว่างวันเทรนอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น อังคารกับศุกร์
- • Squat กับบาร์เบล 4×6-8
- • Lat Pulldown จับกว้าง 3×10-12
- • Romanian Deadlift กับดัมเบล 3×10
- • Seated Dumbbell Shoulder Press 3×10
- • Plank 3×40-60 วินาที
- • Deadlift (คลาสสิกหรือซูโม่) 4×5-6
- • Bench Press 4×8
- • Single-Arm Dumbbell Row 3×10 ต่อข้าง
- • Dumbbell Lunge 3×10 ต่อขา
- • Hanging Leg Raise 3×12-15
อยากได้โปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะตามเป้าหมาย ระดับ และอุปกรณ์ของคุณเองไหม? เขียนถึงบอท — สร้างเสร็จในไม่กี่วินาที
GymFitInfo